
การเลือก Pressure Range ของ Pressure Gauge ให้เหมาะสมกับแรงดันจริงในระบบ เป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากเลือก Range ต่ำเกินไป เกจอาจทำงานใกล้เต็มสเกลตลอดเวลา ส่งผลต่อความแม่นยำและอายุการใช้งาน ขณะเดียวกัน หากเลือก Range สูงเกินไป ก็อาจทำให้อ่านค่าช่วงแรงดันต่ำได้ยาก
สำหรับงานอุตสาหกรรม การเลือก Pressure Gauge จึงไม่ควรดูเพียงว่า “แรงดันเท่าไร” แต่ควรพิจารณาทั้ง แรงดันใช้งานปกติ แรงดันสูงสุด ลักษณะการใช้งาน และแรงดันกระชาก (Pressure Surge)
Pressure Range คืออะไร?
Pressure Range คือช่วงค่าความดันที่ Pressure Gauge สามารถแสดงผลได้ตั้งแต่ค่าต่ำสุดจนถึงค่าสูงสุดบนหน้าปัด เช่น
- 0–1 bar
- 0–2.5 bar
- 0–6 bar
- 0–10 bar
- 0–16 bar
- 0–25 bar
- 0–40 bar
- 0–100 bar
- 0–160 bar
ตัวอย่างเช่น หากเลือกเกจ 0–10 bar หมายความว่าเกจสามารถอ่านแรงดันได้ตั้งแต่ 0 ถึง 10 bar
แต่การเลือกเกจ 0–10 bar ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับทุกระบบที่มีแรงดันต่ำกว่า 10 bar
ปัญหาที่พบบ่อย: เลือก Range ผิด
1. Range เล็กเกินไป
ตัวอย่างเช่น ระบบมีแรงดันใช้งานประมาณ 8 bar แต่เลือก Pressure Gauge ขนาด 0–10 bar
แม้แรงดันจะยังอยู่ในช่วงที่เกจวัดได้ แต่เกจต้องทำงานใกล้เต็มสเกลเป็นประจำ หากระบบมีแรงดันกระชากหรือแรงดันสูงขึ้นชั่วขณะ ก็อาจทำให้เกจรับภาระเกินกว่าที่เหมาะสม
ผลที่อาจเกิดขึ้น
- เข็มขึ้นใกล้เต็มสเกลตลอดเวลา
- เกจสึกหรอเร็วขึ้น
- ความแม่นยำลดลง
- เกิดความเสียหายจากแรงดันเกิน
- อายุการใช้งานสั้นลง
2. Range ใหญ่เกินไป
ในทางกลับกัน หากระบบมีแรงดันเพียง 2 bar แต่เลือกเกจ 0–100 bar
เกจสามารถวัดได้ในทางเทคนิค แต่การอ่านค่าจะทำได้ยาก เพราะช่วงแรงดันที่ต้องการดูอยู่เพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเต็มสเกล
เช่น หากหน้าปัด 0–100 bar แต่ระบบทำงานอยู่ที่ 2 bar เข็มจะอยู่ใกล้จุดเริ่มต้นมาก ทำให้การอ่านค่าละเอียดทำได้ยาก
แล้วควรเลือก Pressure Range เท่าไร?
หลักง่าย ๆ คือ เลือก Range ให้ครอบคลุมแรงดันใช้งาน และไม่ให้แรงดันปกติอยู่ใกล้เต็มสเกลเกินไป
ตัวอย่างแนวทาง:
| แรงดันใช้งานโดยประมาณ | Range ที่ควรพิจารณา |
|---|---|
| 1 bar | 0–1.6 หรือ 0–2.5 bar |
| 2 bar | 0–4 bar |
| 4 bar | 0–6 bar |
| 6 bar | 0–10 bar |
| 8 bar | 0–10 หรือ 0–16 bar |
| 10 bar | 0–16 bar |
| 15 bar | 0–25 bar |
| 20 bar | 0–25 หรือ 0–40 bar |
หมายเหตุ: ตัวเลขเป็นแนวทางเบื้องต้น การเลือกจริงควรพิจารณาข้อกำหนดของผู้ผลิต ลักษณะระบบ และแรงดันกระชากร่วมด้วย
5 จุดที่ต้องเช็กก่อนเลือก Pressure Gauge
1. เช็กแรงดันใช้งานปกติ
เริ่มจากถามก่อนว่า ระบบทำงานที่แรงดันเท่าไร?
ตัวอย่าง
ระบบทำงานปกติที่ 6 bar
ไม่ควรรีบเลือกเกจ 0–6 bar เพียงเพราะแรงดันสูงสุดเท่ากับ 6 bar แต่ควรเผื่อช่วงให้เหมาะสมกับการทำงานจริง
2. เช็กแรงดันสูงสุดของระบบ
ต้องรู้ว่าในช่วงที่ระบบทำงาน มีโอกาสเกิดแรงดันสูงสุดเท่าไร
เช่น
แรงดันปกติ = 6 bar
แรงดันสูงสุด = 8 bar
กรณีนี้การเลือกเกจ 0–6 bar ไม่เหมาะ เพราะระบบสามารถขึ้นไปถึง 8 bar ได้
ควรเลือก Range ที่สูงกว่าแรงดันสูงสุดและเหมาะกับลักษณะการใช้งาน
3. เช็ก Pressure Surge
บางระบบไม่ได้มีแรงดันคงที่ แต่มีการ เปิด–ปิดวาล์ว ปั๊มเริ่มทำงาน หรือหยุดทำงาน ทำให้เกิดแรงดันกระชาก
เรียกว่า Pressure Surge หรือ Pressure Pulsation
หากหน้างานมีแรงดันกระชากบ่อย ควรพิจารณาเลือก Pressure Gauge ที่เหมาะกับงานดังกล่าว รวมถึงอุปกรณ์ช่วยลดผลกระทบ เช่น
- Snubber
- Damper
- Pressure Restrictor
- Pulsation Dampener
4. เช็กชนิดของของไหล
Pressure Gauge ไม่ได้เลือกจาก Range เพียงอย่างเดียว ต้องดูด้วยว่าวัดอะไร
เช่น
- น้ำ
- ลม
- ไอน้ำ
- น้ำมัน
- สารเคมี
- ก๊าซ
- ของเหลวที่มีฤทธิ์กัดกร่อน
วัสดุของชิ้นส่วนที่สัมผัสกับของไหล เช่น Bourdon Tube และ Connection ต้องเหมาะสมกับสื่อที่วัด
5. เช็กสภาพแวดล้อมหน้างาน
หากติดตั้งในโรงงานที่มี
- การสั่นสะเทือนสูง
- อุณหภูมิสูง
- แรงดันกระชาก
- ความชื้น
- ฝุ่น
- สารเคมี
อาจต้องเลือก Pressure Gauge ที่มีคุณสมบัติเหมาะกับสภาพแวดล้อม เช่น Glycerin Filled Pressure Gauge สำหรับงานที่มีการสั่นสะเทือนหรือแรงดันกระเพื่อม
ตัวอย่างการเลือก Pressure Range
กรณีที่ 1: ระบบน้ำ 4 bar
แรงดันใช้งานปกติประมาณ 4 bar
ไม่ควรเลือก 0–4 bar หากระบบมีโอกาสเกิดแรงดันสูงขึ้น เพราะเข็มจะทำงานใกล้เต็มสเกล
อาจพิจารณา 0–6 bar หรือ Range ที่เหมาะสมตามแรงดันสูงสุดของระบบ
กรณีที่ 2: ระบบลม 8 bar
หากระบบทำงานประมาณ 8 bar และมีแรงดันกระชากเป็นบางช่วง
อาจพิจารณา 0–10 bar หรือ 0–16 bar ตามสภาพการใช้งานและข้อกำหนดของระบบ
หากมี Pulsation สูง ควรพิจารณาเกจแบบเติมกลีเซอรีนหรืออุปกรณ์ลดแรงดันกระชากร่วมด้วย
กรณีที่ 3: ระบบแรงดันต่ำ 1 bar
หากใช้เกจ 0–100 bar กับระบบที่มีแรงดันเพียง 1 bar แม้เกจจะไม่เสียจากการใช้งาน แต่การอ่านค่าจะไม่ละเอียดเพียงพอ
ดังนั้นควรเลือก Range ที่เหมาะกับช่วงแรงดันจริง เพื่อให้สามารถสังเกตความเปลี่ยนแปลงของแรงดันได้ชัดเจน
เช็กง่าย ๆ ก่อนสั่ง Pressure Gauge
ก่อนสั่งซื้อ แนะนำให้เตรียมข้อมูล 6 ข้อนี้
✅ แรงดันใช้งานปกติ
✅ แรงดันสูงสุดของระบบ
✅ มีแรงดันกระชากหรือไม่
✅ ของไหลที่ต้องการวัดคืออะไร
✅ อุณหภูมิหน้างานประมาณเท่าไร
✅ ขนาดและชนิดเกลียวของ Connection
หากมีข้อมูลเหล่านี้ จะช่วยให้เลือก Pressure Gauge ได้ตรงกับหน้างานมากขึ้น และลดปัญหาการเปลี่ยนเกจบ่อยจากการเลือกสเปกไม่เหมาะสม
สรุป: Pressure Range เลือกอย่างไรให้ถูก?
อย่าเลือก Pressure Gauge จากแรงดันสูงสุดเพียงอย่างเดียว
ควรพิจารณา แรงดันใช้งานปกติ + แรงดันสูงสุด + Pressure Surge + ของไหล + สภาพแวดล้อมหน้างาน ร่วมกัน
การเลือก Range ที่เหมาะสมจะช่วยให้ อ่านค่าได้ง่าย ลดความเสี่ยงจากแรงดันเกิน เพิ่มความแม่นยำ และช่วยยืดอายุการใช้งานของ Pressure Gauge
PINPOINT INSTRUMENT
ให้คำแนะนำด้าน Pressure Gauge, Flow Meter, Valve และ Instrument สำหรับงานอุตสาหกรรม พร้อมช่วยพิจารณาสเปกให้เหมาะกับลักษณะการใช้งานของแต่ละหน้างาน
สอบถามสเปก / ขอใบเสนอราคา
📞 089-612-8998 | 095-369-5694 | 06-2779-2241
📧 pinpoint_instrument@hotmail.com
💬 LINE ID: PINPOINTT


