Flow Meter หรือ เครื่องวัดอัตราการไหล เป็นอุปกรณ์สำคัญในระบบอุตสาหกรรม ใช้สำหรับวัดปริมาณการไหลของของเหลว ก๊าซ หรือไอน้ำในระบบท่อ โดยข้อมูลจาก Flow Meter สามารถนำไปใช้ทั้งในการควบคุมกระบวนการผลิต ตรวจสอบการใช้ทรัพยากร และบริหารจัดการระบบให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

แต่ Flow Meter ไม่ได้มีเพียงชนิดเดียว เพราะแต่ละประเภทใช้หลักการวัดแตกต่างกัน ดังนั้นคำถามสำคัญคือ Flow Meter มีกี่ประเภท และควรเลือกแบบไหนดี?
บทความนี้จะพาไปรู้จัก Flow Meter ประเภทต่าง ๆ พร้อมหลักการทำงาน จุดเด่น และแนวทางเลือกให้เหมาะกับหน้างาน
Flow Meter คืออะไร?
Flow Meter คือ เครื่องมือที่ใช้สำหรับวัด อัตราการไหล (Flow Rate) ของของไหลที่เคลื่อนที่ผ่านท่อ เช่น
- น้ำ
- น้ำประปา
- น้ำเสีย
- สารเคมี
- น้ำมัน
- อากาศ
- ก๊าซ
- ไอน้ำ
- ของเหลวในกระบวนการผลิต
ค่าที่วัดได้อาจแสดงเป็นหน่วย เช่น L/min, m³/h, m³/s, kg/h หรือ t/h ขึ้นอยู่กับประเภทของ Flow Meter และลักษณะการใช้งาน
Flow Meter มีกี่ประเภท?
Flow Meter ในงานอุตสาหกรรมมีหลายประเภท โดยประเภทที่พบได้บ่อย ได้แก่
- Magnetic Flow Meter
- Ultrasonic Flow Meter
- Clamp-on Flow Meter
- Coriolis Flow Meter
- Vortex Flow Meter
- Turbine Flow Meter
- Positive Displacement Flow Meter
- Rotameter / Variable Area Flow Meter
- Differential Pressure Flow Meter
แต่ละชนิดมีหลักการวัดและข้อจำกัดแตกต่างกัน จึงไม่สามารถบอกได้ว่า Flow Meter ประเภทใดดีที่สุดสำหรับทุกงาน
1. Magnetic Flow Meter
Magnetic Flow Meter หรือ Mag Flow Meter ใช้หลักการเหนี่ยวนำทางแม่เหล็กไฟฟ้าในการวัดความเร็วของของเหลว
เหมาะกับของเหลวที่มีคุณสมบัติ นำไฟฟ้าได้
ตัวอย่างงานที่เหมาะสม
- น้ำ
- น้ำเสีย
- น้ำประปา
- น้ำที่ผ่านกระบวนการผลิต
- สารเคมีบางประเภท
- ระบบบำบัดน้ำเสีย
จุดเด่น
- ไม่มีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวภายในท่อ
- เหมาะกับของเหลวที่มีสิ่งเจือปน
- สามารถใช้กับท่อขนาดต่าง ๆ ได้
- มีรุ่นสำหรับงานอุตสาหกรรมหลากหลาย
ข้อควรระวัง: ไม่เหมาะกับของเหลวที่ไม่นำไฟฟ้า เช่น น้ำมันบางชนิด
2. Ultrasonic Flow Meter
Ultrasonic Flow Meter ใช้คลื่นอัลตราโซนิกในการตรวจวัดการไหลของของไหล
มีทั้งแบบติดตั้งกับท่อโดยตรง และแบบ Clamp-on ที่ติดตั้งเซนเซอร์จากด้านนอกท่อ
จุดเด่น
- ไม่มีชิ้นส่วนหมุนภายในท่อ
- เหมาะกับงานที่ต้องการลดการสัมผัสกับของไหล
- สามารถใช้วัดของเหลวได้หลายประเภท
- แบบ Clamp-on สามารถติดตั้งโดยไม่ต้องตัดท่อ
เหมาะกับงาน
- ระบบน้ำ
- ระบบ Cooling Water
- ระบบ Utility
- ระบบตรวจสอบการใช้พลังงาน
- งานที่ไม่ต้องการหยุดระบบเพื่อเจาะหรือตัดท่อ
3. Clamp-on Flow Meter
Clamp-on Flow Meter เป็น Flow Meter ที่ติดตั้งหัว Sensor ไว้บริเวณด้านนอกของท่อ
จุดเด่นคือ ไม่จำเป็นต้องตัดท่อเพื่อใส่เครื่องมือเข้าไปในระบบ ในกรณีที่รุ่นและสภาพหน้างานรองรับ
เหมาะกับ
- งาน Retrofit
- ระบบที่ไม่สามารถหยุดการผลิตได้ง่าย
- ระบบท่อที่ต้องการตรวจสอบ Flow ชั่วคราว
- งานตรวจสอบการใช้ Water
- งาน Energy Monitoring
ข้อดี
ติดตั้งง่ายและไม่ต้องสัมผัสของไหลโดยตรง แต่ประสิทธิภาพการวัดจะขึ้นอยู่กับชนิดของท่อ สภาพผิวท่อ ของไหล และตำแหน่งติดตั้งด้วย
4. Coriolis Flow Meter
Coriolis Flow Meter ใช้หลักการแรง Coriolis ในการวัดการไหล และสามารถวัด Mass Flow ได้โดยตรง
จึงเหมาะกับงานที่ต้องการความแม่นยำสูงและต้องการทราบมวลของของไหล
เหมาะกับ
- สารเคมี
- น้ำมัน
- ของเหลวในกระบวนการผลิต
- อาหารและเครื่องดื่ม
- ระบบ Dosing
- งานที่ต้องการวัด Mass Flow
จุดเด่น
- วัด Mass Flow ได้โดยตรง
- สามารถวัด Density ได้ในหลายรุ่น
- เหมาะกับงานที่ต้องการความแม่นยำสูง
5. Vortex Flow Meter
Vortex Flow Meter ใช้หลักการเกิดกระแสวน หรือ Vortex ที่เกิดขึ้นเมื่อของไหลไหลผ่านตัวขวางภายในท่อ
เหมาะกับการวัดทั้งของเหลว ก๊าซ และไอน้ำในงานที่เหมาะสมกับสเปกของเครื่อง
เหมาะกับ
- Steam
- Compressed Air
- Gas
- น้ำ
- กระบวนการผลิตต่าง ๆ
โดยเฉพาะในระบบ Steam Flow Measurement มักพบการใช้งาน Vortex Flow Meter อยู่บ่อยครั้ง
6. Turbine Flow Meter
Turbine Flow Meter ใช้ใบพัดหรือ Rotor ภายในเครื่องวัด เมื่อของไหลไหลผ่าน Rotor จะทำให้เกิดการหมุน และนำความเร็วรอบมาคำนวณเป็นอัตราการไหล
จุดเด่น
- โครงสร้างเข้าใจง่าย
- เหมาะกับของเหลวที่ค่อนข้างสะอาด
- มีความแม่นยำในช่วงการใช้งานที่เหมาะสม
ข้อควรระวัง
เนื่องจากมีชิ้นส่วนเคลื่อนไหว จึงควรพิจารณาความสะอาดของของไหลและการบำรุงรักษา
7. Positive Displacement Flow Meter
Positive Displacement Flow Meter หรือ PD Flow Meter ใช้หลักการแบ่งของไหลออกเป็นปริมาตรย่อย ๆ แล้วนับจำนวนรอบหรือจำนวนครั้งที่เกิดขึ้น
เหมาะกับงานที่ต้องการวัดปริมาตรของของไหลอย่างต่อเนื่อง
ตัวอย่างการใช้งาน
- น้ำมัน
- เชื้อเพลิง
- ของเหลวที่มีความหนืด
- ระบบจ่ายของเหลว
- งาน Metering
8. Rotameter
Rotameter หรือ Variable Area Flow Meter เป็น Flow Meter แบบที่พบได้บ่อยในงานอุตสาหกรรมและงาน Utility
ภายในจะมีลูกลอยที่เคลื่อนที่ตามอัตราการไหล โดยสามารถอ่านค่าจากสเกลบนตัวเครื่องได้
จุดเด่น
- โครงสร้างไม่ซับซ้อน
- อ่านค่าได้ง่าย
- ไม่ต้องใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในรุ่นพื้นฐาน
- เหมาะกับการตรวจสอบ Flow แบบ Local
เหมาะกับงานที่ต้องการดูค่าการไหลบริเวณหน้างานโดยตรง
9. Differential Pressure Flow Meter
Differential Pressure Flow Meter ใช้หลักการวัดความแตกต่างของแรงดันก่อนและหลังอุปกรณ์สร้างความดันตก เช่น Orifice Plate
เมื่อของไหลไหลผ่าน Orifice จะเกิด Pressure Drop และสามารถนำค่าความดันแตกต่างมาคำนวณเป็น Flow Rate
อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
- Orifice Plate
- Differential Pressure Transmitter
- Venturi Tube
- Flow Nozzle
เหมาะกับระบบอุตสาหกรรมที่มีการออกแบบระบบวัด Flow ด้วยหลักการ Differential Pressure
ตารางเปรียบเทียบ Flow Meter แต่ละประเภท
| ประเภท | หลักการวัด | เหมาะกับ | จุดเด่น |
|---|---|---|---|
| Magnetic | สนามแม่เหล็กไฟฟ้า | น้ำ/น้ำเสีย/ของเหลวนำไฟฟ้า | ไม่มีชิ้นส่วนเคลื่อนไหว |
| Ultrasonic | คลื่นอัลตราโซนิก | ของเหลว | ไม่มีชิ้นส่วนเคลื่อนไหว |
| Clamp-on | Ultrasonic จากภายนอกท่อ | น้ำ/ระบบ Retrofit | ไม่ต้องตัดท่อ |
| Coriolis | แรง Coriolis | ของเหลว/สารเคมี | วัด Mass Flow ได้ |
| Vortex | การเกิด Vortex | น้ำ/Steam/Gas | ใช้ได้หลากหลาย |
| Turbine | การหมุนของ Rotor | ของเหลวสะอาด | ตอบสนองการไหลได้ดี |
| PD | การแบ่งปริมาตร | น้ำมัน/ของเหลวหนืด | เหมาะกับงาน Metering |
| Rotameter | Variable Area | น้ำ/ก๊าซ | อ่านค่า Local ง่าย |
| Differential Pressure | ความดันแตกต่าง | น้ำ/Steam/Gas | ใช้ในระบบอุตสาหกรรมหลากหลาย |
แล้ว Flow Meter แบบไหนดีที่สุด?
คำตอบคือ ไม่มี Flow Meter ประเภทเดียวที่ดีที่สุดสำหรับทุกงาน
การเลือกควรเริ่มจาก ของไหลและเงื่อนไขของระบบ มากกว่าการเลือกจากชื่อประเภทเพียงอย่างเดียว
ตัวอย่างเช่น
💧 ถ้าวัดน้ำหรือน้ำเสีย
อาจพิจารณา Magnetic Flow Meter หรือ Ultrasonic Flow Meter
🔧 ถ้าไม่ต้องการตัดท่อ
อาจพิจารณา Clamp-on Flow Meter
🧪 ถ้าวัดสารเคมีและต้องการ Mass Flow
อาจพิจารณา Coriolis Flow Meter
♨️ ถ้าวัด Steam
อาจพิจารณา Vortex Flow Meter หรือระบบ Differential Pressure ตามเงื่อนไขของงาน
🛢️ ถ้าวัดน้ำมันหรือของเหลวที่เหมาะกับงาน Metering
อาจพิจารณา Positive Displacement Flow Meter หรือ Turbine Flow Meter
ทั้งหมดนี้เป็นแนวทางเบื้องต้น การเลือกจริงควรตรวจสอบสเปกของ Flow Meter กับเงื่อนไขหน้างานและคำแนะนำของผู้ผลิตก่อนเสมอ
7 ข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนเลือก Flow Meter
ก่อนสอบถามหรือสั่งซื้อ Flow Meter ควรเตรียมข้อมูลอย่างน้อยดังนี้
1. ชนิดของของไหล
เช่น น้ำ น้ำเสีย น้ำมัน สารเคมี ก๊าซ หรือ Steam
2. Flow Rate
ควรมีค่า Minimum / Normal / Maximum Flow
3. ขนาดท่อ
เช่น DN25, DN50, DN100 เป็นต้น
4. Pressure
แรงดันใช้งานของระบบ
5. Temperature
อุณหภูมิของของไหล
6. วัสดุท่อและวัสดุที่สัมผัสของไหล
เพื่อพิจารณาความเข้ากันได้ของวัสดุ
7. ลักษณะการติดตั้ง
เช่น Inline, Flange หรือ Clamp-on
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้การเลือก Flow Meter มีความเหมาะสมกับระบบมากขึ้น และลดปัญหาจากการเลือกเครื่องมือผิดสเปก
สรุป Flow Meter มีกี่ประเภท?
Flow Meter มีหลายประเภท โดยแต่ละชนิดใช้หลักการวัดแตกต่างกัน เช่น
Magnetic, Ultrasonic, Clamp-on, Coriolis, Vortex, Turbine, Positive Displacement, Rotameter และ Differential Pressure
ดังนั้นการเลือก Flow Meter ไม่ควรดูเพียงว่า “รุ่นไหนแม่นที่สุด” แต่ควรพิจารณาว่า รุ่นไหนเหมาะกับของไหล อัตราการไหล ขนาดท่อ แรงดัน อุณหภูมิ และรูปแบบการติดตั้งของระบบมากที่สุด
หากมีข้อมูลหน้างาน สามารถส่ง ชนิดของของไหล + ขนาดท่อ + Flow Rate + Pressure + Temperature มาให้ทีมงานช่วยวิเคราะห์ประเภท Flow Meter ที่เหมาะสมได้
📞 สอบถาม Flow Meter และอุปกรณ์ Instrumentation
PINPOINT INSTRUMENT — Your Partner in Process Control
📞 089-612-8998 / 095-369-5694
💚 LINE: @pinpointt
🌐 PINPOINT INSTRUMENT
🌐 FLOWMETERTHAI


