เทียบชั้น Flowmeter แบบ Full Bore vs Insertion: แบบไหนประหยัดกว่ากัน?

เมื่อคุณกำลังตัดสินใจเลือกซื้อ Flowmeter ใหม่ หรือต้องการติดตั้งเครื่องวัดอัตราการไหลเพิ่มในระบบท่อเดิม (Retrofitting) หนึ่งในคำถามคลาสสิกที่เจ้าของโรงงานและวิศวกรต้องเจอคือ “จะเลือกแบบติดตั้งในเส้นท่อโดยตรง (Full Bore/Inline) หรือแบบเสียบเข้าไปในท่อ (Insertion) ดี?”

คำถามนี้ไม่ได้มีแค่คำตอบเดียว เพราะความ ‘ประหยัด’ นั้นไม่ได้ดูแค่ราคาเครื่องตอนซื้อ (CapEx) แต่ต้องพิจารณาไปถึงค่าติดตั้ง, ค่าบำรุงรักษา, และความต่อเนื่องในการผลิต (OpEx) ด้วย

บทความนี้จะพาคุณไปเทียบชั้นสองแบบนี้ให้เห็นภาพชัดเจนที่สุดครับ

ทำความรู้จัก: สองขั้วที่แตกต่าง

ก่อนจะไปเทียบต้นทุน ลองมาดูความแตกต่างด้านการติดตั้งและผลกระทบต่อระบบ (visualize ด้วยรูปภาพประกอบ)

  • Full Bore Flowmeter (แบบเต็มช่อง/Inline): คือ Flowmeter ที่มีตัวเครื่องเป็นส่วนหนึ่งของเส้นท่อ การติดตั้งแบบนี้คุณจะต้อง “ตัดท่อ” ทั้ง segment ออก แล้วนำ Flowmeter (ที่มีหน้าแปลน) เข้าไป bolting ประกบเข้ากับท่อเดิม (ดูภาพซ้ายมือ)
  • Insertion Flowmeter (แบบเสียบ): คือ Flowmeter ที่มีก้านวัดและเซนเซอร์ที่ปลาย การติดตั้งแบบนี้คุณเพียงแค่ “เจาะรู” บนเส้นท่อเดิม แล้วเสียบตัว Flowmeter เข้าไปผ่านวาล์วเปิด-ปิด (ดูภาพขวามือ)

เปรียบเทียบต้นทุน (แบบไหนประหยัดกว่า?)

เรามาพิจารณา 3 ด้านหลักๆ ของต้นทุนครับ:


1. ต้นทุนราคาเครื่องซื้อเครื่อง (Hardware Cost)

  • สำหรับท่อขนาดเล็ก-กลาง (เช่น < DN100 or 4 inch): ราคาเครื่อง Full Bore มักจะคุ้มค่าและมีความแม่นยำสูงกว่าในราคานี้
  • สำหรับท่อขนาดใหญ่ (เช่น > DN150 or 6 inch): ราคาเครื่อง Full Bore จะพุ่งสูงขึ้นมากเพราะตัว body และหน้าแปลนมีขนาดใหญ่ ในขณะที่ราคาเครื่อง Insertion จะเพิ่มขึ้นไม่มาก เพราะใช้ก้านวัดที่ยาวขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น

ผู้ชนะสำหรับท่อใหญ่: Insertion (ประหยัดราคาเครื่องกว่ามาก)

2. ต้นทุนการติดตั้ง (Installation Cost)

  • Full Bore: ต้องตัดท่อ, เพิ่มหน้าแปลน, เดินสายไฟใหม่, อาจต้องหยุดระบบทั้งหมด (Downtime) เป็นเวลานานเพื่อเชื่อมต่อและทดสอบ
  • Insertion: เพียงแค่เจาะ Hot-tap (เจาะขณะระบบยังทำงานได้) หรือเจาะตอนหยุดระบบสั้นๆ เท่านั้น การติดตั้งใช้เวลาและแรงงานน้อยกว่ามาก

ผู้ชนะแบบถล่มทลาย: Insertion (ประหยัดค่าแรงและเวลา downtime กว่ามาก)

3. ต้นทุนการบำรุงรักษาและซ่อมบำรุง (Maintenance Cost)

  • Full Bore: หากตัวเครื่องเสียหายจนวัดไม่ได้ การซ่อมแซมหรือเปลี่ยนเครื่องอาจต้องหยุดระบบและตัดต่อท่อใหม่อีกครั้ง
  • Insertion: สามารถ “ถอน” ก้านวัดออกมา (ผ่านวาล์ว) เพื่อทำความสะอาด เซ็ตค่าใหม่ หรือซ่อมแซมได้โดยไม่ต้องหยุดการทำงานของระบบท่อหลัก

ผู้ชนะแบบถล่มทลาย: Insertion (ประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการบำรุงรักษา)

ปัจจัยที่ต้องพิจารณาFull Bore FlowmeterInsertion Flowmeterประหยัดกว่า?
ขนาดท่อเหมาะกับท่อเล็ก-กลาง (<4 inch)เหมาะกับท่อใหญ่ (>6 inch)Insertion (สำหรับท่อใหญ่)
ราคาเครื่อง (CapEx)แพง (โดยเฉพาะท่อใหญ่)ถูกกว่ามาก (สำหรับท่อใหญ่)Insertion (สำหรับท่อใหญ่)
ค่าติดตั้งแพง (ตัดท่อ, downtime นาน)ถูก (hot-tap ได้, downtime น้อย)Insertion
ความง่ายในการซ่อมยาก (ต้องหยุดระบบ, ตัดท่อใหม่)ง่าย (ถอนออกมาซ่อมได้โดยไม่ต้องหยุด)Insertion
ความแม่นยำแม่นยำที่สุด (ไม่ขึ้นกับ profile ท่อ)แม่นยำปานกลาง (ขึ้นกับ profile ท่อ)Full Bore (แต่Insertion ก็เพียงพอ)

บทสรุป: ความประหยัดคือเรื่องของความเหมาะสม

การมองหาความประหยัดที่แท้จริง ไม่ได้หมายถึงการเลือกเครื่องที่ราคาถูกที่สุด แต่คือการเลือก สิ่งที่เหมาะสมกับขนาดท่อและลักษณะการทำงานของโรงงานของคุณ

  • หากโรงงานของคุณมีท่อขนาดใหญ่ (>6 นิ้ว) และคุณไม่ต้องการหยุดการผลิตเพื่อติดตั้ง การเลือก Insertion Flowmeter (ภาพขวา) คือทางเลือกที่ประหยัดและชาญฉลาดที่สุด
  • หากคุณต้องการความแม่นยำสูงสุดสำหรับท่อขนาดเล็ก และการหยุดระบบช่วงสั้นๆ ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ Full Bore Flowmeter (ภาพซ้าย) ก็ยังคงเป็นคำตอบที่คุ้มค่าในแง่ของประสิทธิภาพในระยะยาวครับ

สนใจสั่งซื้อ / สอบถามเพิ่มเติม

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม / ขอใบเสนอราคา: [เบอร์ติดต่อ : 089-612-8998] / Line : @pinpointt  / www.pinpointinstrument.co.th https://flowmeterthai.com/

Facebook Fanpage : ขายวาล์ว และเครื่องมือวัด  ขายเกจวัดแรงดันและโฟลมิเตอร์   Pinpoint Instrument

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top