
Ultrasonic Flowmeter กับ Electromagnetic Flowmeter ต่างกันอย่างไร?
การเลือก Flowmeter ให้เหมาะกับระบบ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความแม่นยำในการวัด การควบคุมกระบวนการผลิต และต้นทุนการบำรุงรักษาในระยะยาว
ในปัจจุบัน Ultrasonic Flowmeter และ Electromagnetic Flowmeter เป็นเครื่องวัดอัตราการไหลที่ได้รับความนิยมอย่างมากในโรงงานอุตสาหกรรม แต่หลายคนยังไม่แน่ใจว่าทั้งสองแบบแตกต่างกันอย่างไร และควรเลือกใช้งานแบบไหน
บทความนี้จะเปรียบเทียบทั้งสองเทคโนโลยีแบบเข้าใจง่าย เพื่อช่วยให้คุณเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะกับหน้างานมากที่สุด
Ultrasonic Flowmeter คืออะไร?
Ultrasonic Flowmeter คือเครื่องวัดอัตราการไหลที่ใช้ คลื่นอัลตราโซนิก (Ultrasonic Wave) ในการคำนวณความเร็วของของไหล
ตัวเครื่องจะส่งคลื่นเสียงผ่านของไหล แล้ววิเคราะห์เวลาที่คลื่นเดินทาง (Transit Time) หรือใช้หลักการ Doppler Effect เพื่อนำมาคำนวณอัตราการไหล
จุดเด่น
- ไม่ต้องสัมผัสของไหล (Clamp-on)
- ติดตั้งง่าย
- ไม่ต้องตัดท่อ
- ไม่มีแรงดันตกคร่อม
- เหมาะกับงาน Retrofit
Electromagnetic Flowmeter คืออะไร?
Electromagnetic Flowmeter หรือ Magnetic Flowmeter ใช้หลัก Faraday’s Law
เมื่อของเหลวที่นำไฟฟ้าไหลผ่านสนามแม่เหล็ก จะเกิดแรงดันไฟฟ้าขึ้นที่อิเล็กโทรด จากนั้นเครื่องจะคำนวณเป็นอัตราการไหล
จุดเด่น
- ความแม่นยำสูง
- ไม่มีชิ้นส่วนเคลื่อนที่
- เหมาะกับน้ำ น้ำเสีย และสารเคมี
- รองรับของเหลวที่มีตะกอนได้ดี
เปรียบเทียบหลักการทำงาน
แม้ว่าทั้งสองชนิดจะใช้วัดอัตราการไหลเหมือนกัน แต่หลักการทำงานแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
- Ultrasonic Flowmeter ใช้คลื่นเสียงอัลตราโซนิกในการคำนวณความเร็วของของไหล
- Electromagnetic Flowmeter ใช้สนามแม่เหล็กและแรงดันไฟฟ้าที่เกิดจากการไหลของของเหลวนำไฟฟ้า
ด้วยเหตุนี้ ของไหลที่ใช้งานได้จึงแตกต่างกัน
ตารางเปรียบเทียบ
| คุณสมบัติ | Ultrasonic Flowmeter | Electromagnetic Flowmeter |
|---|---|---|
| หลักการทำงาน | คลื่นอัลตราโซนิก | สนามแม่เหล็กไฟฟ้า |
| ต้องตัดท่อ | ไม่จำเป็น (Clamp-on) | จำเป็น (Inline) |
| ใช้กับของไหลไม่นำไฟฟ้า | ได้ | ไม่ได้ |
| ใช้กับน้ำเสีย | ได้บางกรณี | เหมาะมาก |
| ความแม่นยำ | สูง | สูงมาก |
| บำรุงรักษา | ต่ำ | ต่ำ |
| Pressure Loss | ไม่มี | ต่ำมาก |
ควรเลือก Ultrasonic Flowmeter เมื่อใด?
Ultrasonic Flowmeter เหมาะสำหรับ
- โรงงานที่ไม่สามารถหยุดเดินระบบได้
- งานติดตั้งเพิ่มเติม (Retrofit)
- ระบบท่อขนาดใหญ่
- งานที่ไม่ต้องการตัดท่อ
- ของไหลที่ไม่นำไฟฟ้า เช่น น้ำมันบางประเภท
- งานตรวจสอบการไหลชั่วคราว (Portable Flowmeter)
การติดตั้งแบบ Clamp-on ช่วยลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการติดตั้งอย่างมาก
ควรเลือก Electromagnetic Flowmeter เมื่อใด?
Electromagnetic Flowmeter เหมาะสำหรับ
- ระบบน้ำประปา
- ระบบน้ำเสีย
- โรงงานอาหารและเครื่องดื่ม
- อุตสาหกรรมเคมี
- ระบบชลประทาน
- โรงงานผลิตเยื่อกระดาษ
- งานที่ต้องการความแม่นยำสูงอย่างต่อเนื่อง
หากของเหลวมีค่าการนำไฟฟ้าเพียงพอ Electromagnetic Flowmeter มักเป็นตัวเลือกที่ให้ความคุ้มค่าในระยะยาว
ข้อดีของ Ultrasonic Flowmeter
- ไม่ต้องตัดท่อ
- ติดตั้งรวดเร็ว
- เหมาะกับงานซ่อมบำรุง
- ไม่มีการสัมผัสของไหล
- ใช้งานได้กับของไหลหลายประเภท
- ไม่มีแรงดันสูญเสีย
ข้อดีของ Electromagnetic Flowmeter
- ความแม่นยำสูง
- ไม่มีชิ้นส่วนเคลื่อนที่
- วัดของเหลวที่มีตะกอนได้ดี
- อายุการใช้งานยาวนาน
- บำรุงรักษาน้อย
- รองรับระบบควบคุมอุตสาหกรรม เช่น PLC และ SCADA
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการเลือก Flowmeter
หลายโรงงานเลือก Flowmeter โดยพิจารณาจากราคาเพียงอย่างเดียว ทำให้เกิดปัญหา เช่น
- เลือก Electromagnetic Flowmeter สำหรับของไหลที่ไม่นำไฟฟ้า
- เลือก Ultrasonic Flowmeter ทั้งที่ต้องการความแม่นยำสูงในระบบน้ำเสีย
- ไม่ตรวจสอบขนาดท่อ
- ไม่ทราบอัตราการไหลจริงของระบบ
- ไม่พิจารณาสภาพแวดล้อมในการติดตั้ง
การเก็บข้อมูลหน้างานอย่างครบถ้วนก่อนเลือกอุปกรณ์ จะช่วยลดปัญหาเหล่านี้ได้อย่างมาก
วิธีเลือกให้เหมาะกับงาน
ก่อนตัดสินใจเลือก Flowmeter ควรเตรียมข้อมูลดังนี้
- ชนิดของของไหล
- ค่าการนำไฟฟ้า
- ขนาดท่อ
- อัตราการไหลต่ำสุดและสูงสุด
- อุณหภูมิ
- ความดัน
- จุดติดตั้ง
- ความต้องการด้านความแม่นยำ
- ระบบควบคุมที่ใช้งาน
หากมีข้อมูลครบ ผู้เชี่ยวชาญจะสามารถแนะนำ Flowmeter ที่เหมาะสมกับระบบได้ง่ายขึ้น
สรุป
ทั้ง Ultrasonic Flowmeter และ Electromagnetic Flowmeter ต่างมีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน
หากต้องการติดตั้งโดยไม่ต้องหยุดระบบ ไม่ต้องตัดท่อ หรือใช้งานกับของไหลที่ไม่นำไฟฟ้า Ultrasonic Flowmeter เป็นตัวเลือกที่เหมาะสม
แต่หากระบบเป็นน้ำ น้ำเสีย หรือสารเคมีที่มีค่าการนำไฟฟ้า และต้องการความแม่นยำสูง Electromagnetic Flowmeter จะตอบโจทย์ได้ดีกว่า
การเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะกับลักษณะการใช้งานตั้งแต่ต้น จะช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพของระบบ และยืดอายุการใช้งานของเครื่องมือวัดได้ในระยะยาว
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม / ขอใบเสนอราคา: [เบอร์ติดต่อ : 089-612-8998] / Line : @pinpointt / www.pinpointinstrument.co.th https://flowmeterthai.com/
Facebook Fanpage : ขายวาล์ว และเครื่องมือวัด ขายเกจวัดแรงดันและโฟลมิเตอร์ Pinpoint Instrument


